musam's profilei ampPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
May 10 Pushing Daisiesซีรี่ส์เรื่องพูชชิ่งเดซี่ส์ เป็นซีรี่ส์เรื่องล่าสุดที่ทำให้รู้สึกน่าติดตามตั้งแต่ตอนแรก เรื่องราวเป็นไงมาไง ขอยกข้อมูลจากวิกิ มาเล่าแล้วกัน จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี Pushing Daisies มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับคนทำขนมพาย (Pie-maker) ผู้สามารถชุบชีวิตคนตายให้กลับฟื้นคืน และกลับเป็นคนตายอีกครั้งได้ เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งเขานำพรสวรรค์นี้ มาใช้ในการคลี่คลายคดีฆาตกรรม สร้างโดยไบรอัน ฟุลเลอร์ (Bryan Fuller ผู้สร้างเรื่อง Dead Like Me) เริ่มออกอากาศในอเมริกา เมื่อเดือนตุลาคม ปี2550 และต่อมาในปี2551 ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลเอมมี (nominated for Emmy awards) ถึง 12 รางวัล และเริ่มออกอากาศในประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี2551 ทางทรูซีรีส์ เนื้อเรื่อง เนดค่อยๆค้นพบพรสวรรค์ของเขา เริ่มจากสัมผัสตัวแล้วชุบชีวิตดิ๊กบี้ (Digby) สัตว์เลี้ยงของเขาเอง เป็นสุนัขพันธุ์โกลเดนรีทริฟเวอร์ (Golden Retriever) ที่ถูกรถชนตายให้กลับฟื้นขึ้นมา ต่อมาเนดพบว่า หากสิ่งมีชีวิตที่เขาสัมผัสจนกลับมีชีวิตขึ้นมา ถูกสัมผัสอีกครั้ง มันก็จะกลับกลายเป็นซากศพ ตายอีกครั้งอย่างถาวร (ชุบชีวิตขึ้นมาไม่ได้อีก) เขาจึงไม่สามารถสัมผัสเจ้าสัตว์เลี้ยงของเขาได้อีกเลย เมื่อแม่ของเขาเสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน เนดจึงแตะตัวเพื่อชุบชีวิตแม่ของเขาขึ้นมา หนึ่งนาทีถัดมา พ่อของชัค (ที่อยู่ข้างบ้าน) ก็เสียชีวิตลง ต่อมาเนดจึงเรียนรู้ว่าหากสิ่งที่เขาชุบชีวิตขึ้นมาไม่ถูกเขาสัมผัส(ให้ตายอีกครั้ง) ภายใน 1 นาที จะมีสิ่งมีชีวิตอื่นในระแวกใกล้เคียง 1 ชีวิต ต้องตายลงอย่างกระทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ และที่แย่ยิ่งกว่านั้น แม่ของเนดก็เสียชีวิตลงอีกครั้งในเวลาต่อมา หลังจากได้จูบหน้าผากเนดก่อนนอน (good-night kiss) ดังนั้นเนดและชัคในวัยเด็กจึงต้องย้ายไปอยู่ห่างกัน เนดถูกพ่อพาไปอยู่โรงเรียนประจำ (ซึ่งเนดไม่ชอบสักเท่าไร) ส่วนชัคไปอยู่กับน้าฝาแฝด(Vivian & Lily ซึ่งต่อมามีปัญหาทางอารมณ์ หดหู่ ไม่เข้าสังคม) เนดโตขึ้นกลายเป็นนักทำขนมพาย (ผลไม้ที่เขาจับ ปรุงเป็นพาย จะสดน่ารับประทานมากเป็นพิเศษ) นักสืบเอกชนอีเมอร์สัน คอด (Emerson Cod แสดงโดย Chi McBride) ได้ทราบถึงความสามารถพิเศษของเนด และชวนเขาให้ร่วมงานคลี่คลายคดีฆาตกรรม เพียงแค่เนดสัมผัสศพให้ฟื้นขึ้นมา ภายใน 1 นาทีถามว่าฆาตกรเป็นใคร ได้รางวัลนำจับแล้วแบ่งเงินกัน ซึ่งก็ดูจะเป็นงานง่ายๆรายได้ดี จนกระทั่งวันนึง เนดต้องคลี่คลายคดีสาวสวยคนนึง ที่ถูกฆ่าระหว่างท่องเที่ยวทางเรือ และสาวสวยคนนั้นก็คือชัค เด็กผู้หญิงข้างบ้านซึ่งเขาเคยแอบชอบ เมื่อเนดชุบชีวิตชัคขึ้นมา เขาไม่อาจตัดใจสัมผัสชัคให้ตายลงอีกครั้ง (ผลก็คือ สัปเหร่อเสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุ) เนดพาชัคไปอยู่ด้วยกัน (แต่สัมผัสกันไม่ได้) หางานให้เธอทำในร้านพายโฮล และร่วมกันคลี่คลายคดีฆาตกรรมร่วมกับ นักสืบเอกชนอีเมอร์สัน (ซึ่งอีเมอร์สัน ไม่ชอบให้ชัคร่วมงานสักเท่าไร) โดยมีพนักงานในร้านพายโฮลอีกคน คือ โอลีฟ (Olive Snook รับบทโดย Kristin Chenoweth จากเรื่อง The West Wing) ผู้แอบชอบเนดอยู่ พยายามเปิดโปงตัวจริงของชัคอยู่เงียบๆ ชีวิตของเนดเปลี่ยนไปเมื่อชัคก้าวเข้ามาอีกครั้ง แต่เขาไม่สามารถสัมผัสตัวชัคได้ ความรักระหว่างเนดและชัค ก็ค่อยๆงอกงามขึ้นโดยไม่มีการถูกเนื้อต้องตัวกัน ****************************************** ท้าทายดีชะมัดความรักแบบนี้ น่ารักไปอีกแบบ อิอิ February 14 Dedicated to Love....::....::....::....::....::....::....::.... LOVE LOVE LOVE Love Left - Lost - Lives Life - LoseLOVE LOVE LOVELove - Lives Life - Last LongLive Love! Live Lively Life!....::....::....::....::....::....::....::.... รัก รัก รัก...รักหนอรัก ความรักหล่นหาย ทำให้บางคนใช้ชีวิตเช่นคนพ่าย รัก รัก รัก...รักหนอกรัก ความรัก...หล่อเลี้ยงชีวิต...ให้ยืนยงคงอยู่ อย่าปล่อยให้รักตายจากหัวใจ...ให้ชีวิตกับความรัก...มีรักมีชีวิต February 09 ความคิด ความคิด..สำหรับฉันแล้วบางทีเหมือนกับการพยายามเอามือตักน้ำ ถึงฉันกระชับมือแน่นแค่ไหน มันก็ไม่สามารถเก็บน้ำในมือได้เลย น้ำยังคง...ซึม...และในที่สุด เหลือแต่มือเปล่า ที่ผ่านมา มีบางเรื่องที่ฉันพยายามเก็บเกี่ยวเหนี่ยวรั้งไว้ ผลผลิตจากกาลเวลานั้น ฉันยังนึกถึง...เสมอมา แปลกใจที่ยังคงชัดเจนและคงอยู่ที่เดิม...ทุกที่ที่ผ่าน ไม่ว่าจะเป็นพระจันทร์ พิซซ่า เสื้อผ้า สายฝน และร่มคันนั้น ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตจะไม่ได้ดำเนินต่อไป แต่ความคิดที่ฉันทิ้งไว้...ก็ยังคงอยู่ที่เดิม ไม่ใช่แค่พื้นดินและท้องฟ้า แต่ใน space นี้ด้วยไงล่ะ ความคิด แสตมป์/เพลงประกอบภาพยนตร์ A Moment In June ยังเดินผ่านทุกวัน ที่ที่เราพบกันเมื่อก่อน ยังจำซ้ำๆ ได้ทุกตอน ราวกลับมีใครมาหมุน ย้อนเวลา แต่ก็คงจะหมุนย้อนได้แค่ในความคิด ในชีวิตจริง คงไม่เจอกันอีกแล้ว ยืนอยู่ตรงที่เดิม แต่ไม่มีวี่แวว เธอจากไปแล้ว และคงไม่ย้อนคืนมาหา ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้ เผื่อวันไหนเธอผ่านมา เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า เคยมีคนนึงยืนข้างเธอ อยู่ตรงนี้เสมอตลอดมา ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ฉันยังรักเธอ อยากเจอเธอเหลือเกิน เพราะก่อนที่เราต้องเดินแยกทาง ฉันมีความคิดหลายๆ อย่าง หลายอย่างเหลือเกิน ที่ฉันไม่ได้พูดไป แต่กลับมานึกขึ้นได้ในเวลานี้ ในเวลาที่เธอเดินจากฉันไปแสนไกล หากเธอนั้นยังอยู่ จะกอดเธอให้ชื่นใจ และค่อยพูดออกไป ทุกสิ่งที่อยู่ในใจฉัน ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้ เผื่อวันไหนเธอผ่านมา เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า เคยมีคนนึงยืนข้างเธอ อยู่ตรงนี้เสมอตลอดมา ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ฉันยังรักเธอ ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา ฉันได้ฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า... February 05 จนกว่าจะถึงวันนั้น...ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ขณะที่ป้าของฉันขับรถออกไปอย่างช้าๆ
สายตาของฉันยังคงจับจ้องอยู่ที่คนสองคน ยืนโบกมือยิ้มแฉ่งส่งฉันกลับบ้าน... นี่พวกเราจากกันครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ... ที่รู้คือมันไม่ใช่ครั้งแรก...แล้ววันของการรอคอยก็เริ่มต้นอีกครั้ง
คราวนี้ไม่ทำให้ใจหวิวๆ เหมือนคราวนู้น แต่กลับรู้สึกอยากมีพลังผลักให้เวลาหมุนไปเร็วๆ ทั้งหมดนี้คือภาพของเมื่อวาน...วันที่ฉันไปส่งเพื่อน 2 คนที่กำลังอยู่บนเครื่องบินไปอินเดียค่ำวันนี้
ไม่ได้ไปส่งถึงสนามบิน แต่ส่งที่ไหนก็เหมือนกัน ผลคือต้องจากกัน ปล่อยเวลาให้ผ่านไป แล้วก็กลับมาเจอกันใหม่ จนเป็นเรื่องธรรมดาไปซะแล้ว... ฉันคงต้องคอยส่งไปเรื่อยๆ...จนกว่าจะถึงวันนั้น
January 06 LULLABYE (Goodnight, my angel)LULLABYE (Goodnight, my angel)
Billy Joel
Goodnight, my angel
Time to close your eyes And save these questions for another day I think I know what you've been asking me I think you know what I've been trying to say I promised I would never leave you And you should always know Wherever you may go No matter where you are I never will be far away Goodnight, my angel
Now it's time to sleep And still so many things I want to say Remember all the songs you sang for me When we went sailing on an emerald bay And like a boat out on the ocean I'm rocking you to sleep The water's dark and deep Inside this ancient heart You'll always be a part of me Goodnight, my angel
Now it's time to dream And dream how wonderful your life will be Someday your child may cry And if you sing this lullabye Then in your heart There will always be a part of me Someday we'll all be gone
But lullabyes go on and on... They never die That's how you and I...will be ไม่เคยพรากจากกัน
ไม่ว่าจะตื่นหรือฝัน
เธอยังคงอยู่ที่นั้น...
ในใจฉัน...ตลอดไป
แด่ความรักที่ไม่มีวันดับสลาย
...แด่ลุงปุ้ยของป้าจุ๊ December 26 Big Cleaning Dayไม่น่าเชื่อเลยจริงว่าจะถึงเวลาสิ้นปีอีกแล้ว
ไม่น่าเชื่ออีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีนี้กับปีที่แล้ว
กลับมีงานโหมกระหน่ำ จนไม่เวลาคิดถึงวันหยุดที่กำลังจะมาถึง
กลับถึงบ้านก็หมดเรี่ยวแรง
หลับสนิทแบบไม่อยากจะลืมตาตื่น
อากาศเย็นสบายๆ ตอนเช้าก็เป็นใจ
ทำให้อาลัยอาวรณ์ที่นอนจนไม่อยากจะจากไป
จนวันนี้ Big Cleaning Day
วันแห่งการสะสางกิจกรรมดีๆ ในที่ทำงานใหม่ที่ฉันเพิ่งจะได้ร่วมเป็นครั้งแรก
เอกสารรกๆ ของใช้ไม่จำเป็น...ก็ทิ้งไป
ฉันเองก็ช่างซุกใช่เล่นนะเนี่ย ฉันคิดไปพลางฉีกกระดาษไปพลาง
จนกระทั่งเอกสารอ้างอิงที่จำเป็น ก็เข้าประจำที่ พร้อมถูกเรียกใช้
6 เดือนแล้ว ที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ในที่ทำงานใหม่
งานบนโต๊ะที่ทะยอยเข้ามา ก็ค่อยๆ ถูกโละออกไปก็นับไม่ถ้วน
ทีนี้บนโต๊ะก็โล่งแล้ว เหลือแต่ความคิด ซึ่งเป็นทรัพยากรของชีวิตและจิตใจ
มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน และผ่านไปเร็วจนสงสัยว่าโลกหมุนเร็วขึ้นรึเปล่า
ฉันจะเริ่มสะสางความคิดเรื่องไหนก่อนดีนะ...
งานที่ใหม่
ยากดี เหนื่อยดี แปลกดี เคี่ยวดี
...อืม ดีๆ ทั้งนั้น เก็บไว้
เพื่อนร่วมงานใหม่
เข้าใจยากดี แปลกดี น่ารักดี
...อันนี้ก็ดีๆ ทั้งนั้น เก็บไว้ เอ้ย ไม่ใช่ๆๆๆ
เรียกสติกลับมาแล้วคงต้องทบทวนดูก็พบว่า
เราเผลอเดินลงมาในกับระเบิดซะแล้ว ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ก้าวต่อไปจะไปเหยียบกับระเบิดของใครรึเปล่า
ดังนั้น...ก้าวต่อไป ต้องพกสติไปด้วยเยอะๆ
ความรัก
มันนานมากขนาดเรียกได้ว่าเก่าแล้วเหรอ
มีอายุการเก็บความรักความรู้สึกดีนี้ไว้เท่าไหร่ ก็ไม่มีใครกำหนด
จะทำยังไงกับการมีรักแต่ไม่ได้ใช้บ้าง
แต่ก่อนยังคิดเก็บไว้เพราะทำให้ใจอุ่น เติมที่ว่างในใจให้เต็มได้
แต่ตอนนี้ เก็บไว้กลับทำให้หนาวเหน็บ
และทั้งๆ ที่มีเรื่องอีกมากมายที่ต้องคิด ในใจกลับดูว่างเปล่า
ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนจะจัดการสภาพอากาศในใจได้ยากขึ้นทุกที
หรือว่านี่เป็นอาการของความรักหมดอายุแล้วต้องตัดใจทิ้งไป...
...ฮะๆ ฉันอดขำกับความติดตัวเองไม่ได้ เพราะคำถามนี้ก็ถามตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วน
และสุดท้ายฉันก็ปิดกั้นความหลังจะจะถาโถมเข้ามาได้อย่างรวดเร็วด้วยงานกองใหม่
ฉันก้มหน้าจัดการงานต่อไปและไม่มี่สิ้นสุด
รวมๆ แล้ว ปีนี้ สรุปเหตุการณ์ชีวิตได้ว่า
เป็นปีของการเปลี่ยนแปลง...เปลี่ยนงาน เปลี่ยนนาย เปลี่ยนทัศนคติ
เปลี่ยนความสุขเป็นความเศร้า และกลับมาเป็นสุขได้อีกครั้ง
Change... We Need
Indeed!!!
November 17 Time and Spacesก่อนอื่นขอขอบคุณสำหรับทุกความห่วงใย
เพื่อนรักถามฉันว่าเป็นอะไรไป เศร้ารึเปล่า...
ความรู้สึกต่างๆ มันก็เป็นแรงบันดาลใจให้ทำหลายสิ่งหลายอย่างที่เราไม่เคยทำ
พี่ที่น่ารักคนนึงก็เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้ เธอไม่เคยจับพู่กันมาหลายปี
แต่เมื่อเธอมีความสุข อยากทำสิ่งดีๆ ก็ไม่ได้ลังเลเลย กลับมีความสุขมากยิ่งขึ้นเมื่อทำสำเร็จ
เจอร์นัลเหล่านี้ของฉันก็เช่นกัน
ข้อความเหล่านี้ ฉันตั้งใจเขียนไว้ในเพื่อเติมเต็มเเวลาและระยะทาง
ระหว่างกัน ระหว่างพวกเรา
ในช่วงที่เราใช้เวลาส่วนมากไปกับเรื่องของตัวเอง
ที่แห่งนี้ก็เป็นสถานที่ที่ทำให้เรานึกถึงเพื่อน ความทรงจำดีๆ
เป็นที่ๆ พูดห้วงความคิด ที่อยู่ดีๆ ก็ผุดขึ้นมาอยู่ในหัว
หรือฮัมทำนองที่คุ้นหูออกมาเป็นเนื้อเพลง ...ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความสุข หรือเรื่องขำๆ ฉันก็จะเขียน อย่างน้อย ตอนสิ้นปี จะลองกลับมาดูว่า ฉันเขียนเรื่องเศร้าหรือเรื่องสนุกมากกว่ากัน
สุดท้ายมันก็สะท้อนวิธีมองเรื่องต่างๆ ของฉัน
ถ้ามันเศร้ามากกว่าสุข ฉันก็จะปรับสายตาซะใหม่
คิดถึงกันก็เข้ามาคุยกันที่นี่แหละ
ร้องเพลงด้วยกัน อาจจะร้องไห้ด้วยกัน และดีที่สุด ก็หัวเราะด้วยกัน เดินทางผ่านเวลาเหล่านี้ไปด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะมีกี่มหาสมุทรมาอยู่ระหว่างพวกเราก็เหอะ
แล้วเจอกันนะ... November 13 Her Side#2ฉันรู้ว่าฉันอยู่แค่ตรงนี้ เดินผ่านเวลานาที ยังมีพรุ่งนี้เสมอ ฉันจะบอกตัวเองอย่างนั้น อยากเชื่อว่ามีเธออยู่ ฉันกลัว November 09 His Side :: Her SideHer Side#1 ไม่รู้เคยทำผิดอะไร -----------------------------------
His Side#1
ลืมฉัน ถ้าฉันทำให้โธอทุกข์ใจ ไม่ได้ต้องการให้เธอต้องร้องไห้ เสียน้ำตามากมายให้คนอย่างฉัน ฉันไม่ขอให้เธอรอ พรุ่งนี้ ตัวฉัน ในวันข้างหน้า ขอให้มีวันนั้น ที่ได้บอกเธอทุกวัน November 02 ทุกสุขทุกทุกข์ทุกข์ใจไม่ไหวติง
หรือสุขนิ่งทุกขณะ ทุกข์สุขแค่วาระ ที่สุด...จะผ่านไป สุขหนอ...ทุกข์หนอ October 02 ของขวัญปีที่แล้ว ฉันสงสัยว่า จะมีคนทั้งโลก เกิดวันนี้กี่คน ฉันเป็นใคร... ฉัน...เป็นสิ่งที่อยู่ในมือของเพื่อนสนิทฉันคนหนึ่ง ฉันเป็นยังไงนะเหรอ September 29 อุ่นในไอฝนจำได้ว่าช่วงเวลานั้นพวกเรากำลังเดินทาง
ผู้คนมากมายโดยสารร่วมกับพวกเรา ทำได้แต่ยืนและมองหน้ากัน เสียงเพลง Everything จาก MV ของ Michael Buble ดังขึ้นเบาๆ ในขบวนรถนั้น ทันใดนั้น แววตาสีน้ำตาลได้หยุดเวลา
ตัดเสียงรอบข้างจนเกือบได้ยินเสียงหัวใจของฉันเอง ฉันมองเข้าไปในดวงตาที่อบอุ่นคู่นั้น เพียงเสี้ยวนาที ที่ไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากของเรา แต่รู้สึกว่าเนิ่นนานเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด นานจนฉันเองที่เป็นฝ่ายถอนสายตากลับสู่ความจริง ...เพราะกลัวว่า...จะต้องติดอยู่ในช่วงเวลานั้นตลอดไป แต่มันสายไปเสียแล้วละ...เพราะช่วงเวลานั้นยังคงติดอยู่กับฉัน
ฝนจะตกลงมาอีกกี่ครั้งก็ไม่สามารถทำให้ไออุ่นจากแววตาคู่นั้นจางหายไป วันนี้ฝนตก และฉันก็ได้ฟังเพลง Everything ที่ก้องในความทรงจำอีกครั้ง
แต่ที่ขาดไปคือ ไม่มีแววตาสีน้ำตาล ไม่มีความอุ่นในไอฝน...อีกแล้ว ปวดใจจัง... September 13 คิ้ว : Cuteคนเราจะรู้ตัวว่าใช้คิ้วสื่อความหมายหรือแสดงความรู้สึกน้อยมาก ฮ่าๆ ก็แหงละสิ ใครเค้าจะตั้งใจใช้คิ้วคุยกันละ แต่สำหรับการแสดงสีหน้าละก็ คิ้วน่ะ เป็นพระเอกเลยนะ (ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่รู้ก็เหอะ) ตอนเด็กๆ ฉันตกหลุมรักคิ้วของเพื่อนคนหนึ่ง ฉันคุยกับเพื่อนคนนี้ทีไร ตอนนี้เรียนจบมานาน ไม่ค่อยได้เจอกันอีก เพื่อนๆ ทุกคนก็เหมือนกันนะ
September 11 วันฝนตกฟ้าครึมมาแต่ไกล วันนี้พระอาทิตย์ทำงานไม่ไหวซินะ
เมื่อฝนเม็ดเล็กๆ ปรอยลงมา และตกลงมาหนักขึ้นๆ เรื่อยๆ เส้นทางหน้าก็พร่ามัวซะแล้ว เวลาอย่างนี้จะทำอะไรได้
รถก็ติดอย่างแสนสาหัส ฉันได้แต่นั่งจับเจ่าอยู่บนรถ เปิดวิทยุก็เจอแต่เพลงที่เศร้าช้ำระกำใจ มันปลุกปั่นความเศร้าในใจจนฉันต้องปิดวิทยุไป แล้วตามด้วยปิดสวิชต์ความคิดของตัวเอง ฉันนั่งมองที่ปัดน้ำฝนปัดไปมา เวลาเดินไปอย่างเชื่องช้า สายตาก็เหลือบไปมองดูหนุ่มสาวคู่หนึ่งจับมือกันวิ่งไปหลบฝนอยู่ที่ร้านขายของชำข้างทาง สองคนนั้นตัวเปียกปอน แต่ไม่มีวี่แววความหนาวในดวงตาสองคู่นั้น เค้าสองคนทำให้ฉันนึกถึงคำพูดในละครเกาหลีเรื่องหนึ่ง
นางเอกถามเพื่อนว่า "ฉันไม่รู้ว่าจะเลือกคนที่หาร่มมากางให้ฉัน หรือเลือกคนที่ยืนตากฝนด้วยกันกับฉันดี" ฉันจำไม่ได้ว่าเพื่อนของนางเอกตอบอย่างไร
แต่ฉันเห็นว่าชายทั้งสองคนแสดงความห่วงใยตามปัจจัยที่มี ถ้าคนที่ยืนตากฝนด้วยกัน สามารถหาร่มมาได้ เค้าคงไม่ปล่อยให้เรายืนเปียก ดังนั้น คำถามเลยมีอยู่ว่าถ้าตัดเรื่องโอกาสที่มีไม่เท่ากันแล้ว คนที่มีร่ม จะยอมตากฝนกับเราอีกไหม ถ้า...ไม่มีร่มอีกต่อไปแล้ว ...แต่ประเด็นก็คือเรื่องของฉัน ไม่ได้เหมือนนางเอกคนนั้นซักหน่อย จะคิดไปทำไม...ประเด็นของฉัน อยู่ที่เวลา ระยะทาง ความกำกวม และความรู้สำนึกของใจฉันต่างหาก บางอย่างกำลังเคลื่อนไหวใกล้ๆ คนคู่นั้น
มันดึงสายตาและความคิดฉันกลับสู่ปัจจุบัน ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าร้านนั้นยังเป็นที่พักพิงให้อีกสองสามชีวิต... ทั้งหมาทั้งแมวหลบฝนด้วยกันอย่างสมานฉันท์ ท่ามกลางบรรยากาศซึมเซา ฉันได้แต่นั่งฟังเสียงฝน ปนกับเสียงความคิดเบาๆ เรื่องต่างๆ นานา ที่พยายามปิดสวิชต์ไปก็ผุดขึ้นมาใหม่ แล้วรถก็ค่อยๆ ออกตัวไปบนถนนแห่งสายฝนนั้น September 08 On the way to somewhere...Love is near...or far Who are you? I don't know. Journey through love...to life, September 04 หมายเรียกนักร้องปลดประจำการเกือบสี่ปีแล้วที่ไม่ได้กลับไปที่ชมรม ย้อนเวลากลับไป เส้นทางสายนี้ไม่ต้องท่องจำให้ขึ้นใจ มาวันนี้ ฉันนึกอยู่นานว่าจะเดินไปทางไหนดี การกลับชมรมคราวนี้ รู้สึกเหมือนโดนหมายเรียก (ที่เต็มใจโดนเรียกมากๆ) งานที่เรียกพวกเรากลับมาได้ปลุกเลือดรักชาติให้พุ่งกระฉูดตามเสียงโน้ตที่สูงปรี๊ด เพลงนึงคือ...เพลงชาติ อีกเพลงนึงคือเพลงสรรเสริญพระบารมี อยากให้ทุกคนลองนึกถึงเนื้อร้อง แล้วคิดตามไปพร้อมๆ กันว่า August 29 รัก=สมดลเมื่อวานนี้...ฉันพบคู่รักคู่หนึ่ง
ฝ่ายหญิงเป็นพี่สาวที่ฉันเพิ่งจะได้พบแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ได้พูดคุยผ่านตัวหนังสือมาระยะหนึ่ง
ส่วนฝ่ายชาย เป็นหนุ่มแดนพิซซ่า ซึ่งฉันได้รู้จักหน้าค่าตาก็ตอนคุยกับพี่สาวคนนี้แหละ ฉันเห็นความสุขในแววตาของทั้งคู่
เห็นรอยยิ้มที่ไม่มีวันจบสิ้น (เพราะพี่สาวคนนี้ มีอารมณ์ขันเหลือเฟือ) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงที่เสียงเชียร์ "Kiss Kiss Kiss Kiss Kiss" ดังอย่างต่อเนื่อง ไม่ถึงเสี้ยวนาที พี่ชายคนนี้ก็ค่อยๆ โน้มตัวมาจูบแก้มพี่สาวเบาๆ แล้วริมฝีปากก็ขยับบอกว่า "I Love You" ไร้เสียง...
แต่ฉันคิดว่า แค่นี้ก็ดังมากพอ และชัดเจนที่สุด
ภาพนั้นทำให้ฉันประทับใจ
ฉันเห็นความสมดุล ความรู้สึกมีให้กันอย่างเท่าเทียม
ไม่มีคนไหนที่ใช้ความรู้สึกดีต่อกันเป็นเงื่อนไข เห็นอนาคตอันใกล้ว่า อานุภาพของความรักสามารถพาคนข้ามน้ำข้ามทะเล
เกือบเรียกได้ว่าทิ้งชีวิตทิ้งสังคมทิ้งความผูกพันกับถิ่นที่เกิดมาไกลถึงที่นี่ การตกหลุมรักใครซักคน อาจใช้เวลาไม่นาน และคงไม่ยากซักเท่าไหร่
แต่สิ่งที่ยาวนานกว่านั้นและยากกว่า คือการรักษาความสมดุลไว้ให้เป็นแบบคู่นี้ สำหรับฉันถึงแม้ว่าจะห่างไกลจากภาพนี้
แต่เพียงแค่ได้เห็นความรักในรูปแบบนี้... ก็ทำให้ฉันมีความสุขแล้วก็ยิ้มไปกับพวกเค้าด้วย
June 06 เพลง - ปีใหม่ใหม่ โรส ศิรินทิพย์เดินตามถนนผู้คนมากมายไม่มีรอยยิ้ม March 16 Killing me softly with....เดี๋ยวนี้การเดินทางไปไหนมาไหนใน กทม. มีหลายช่องทางเหลือเกิน นึกสภาพการจราจรที่คับคั่ง เวลาเร่งด่วน คนธรรมด๊าธรรมดาอย่างเราก็พึ่งการขนส่งทางรถเมล์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถปรับอากาศ) แต่ไม่เสมอไปหรอกทั่นผู้ชม เพราะเวลารถแน่น หึๆ เรานั่ง เค้ายืน ทุกคนที่อยู่ในรัศมีการทำลายล้างนั้นต่างก็นั่งนิ่ง เหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นในสถานที่ต่างกันไป March 13 On the way to somewhere การเดินทางที่แสนพิเศษ
Could it be ความรัก 360 องศา เส้นรัศมีก็จะกลายเป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของใจทั้งสองคน เดินทางค้นหาตัวตน จะใกล้หรือไกล ... เหนื่อยแค่ไหนก็คุ้มค่าความรู้สึก ก็เป็นเรื่องพิเศษที่เกิดขึ้นมา...
|
|
|